2007/May/13

ก่อนอื่นคงต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ในตอนท้ายๆของเรื่องมันเริ่มไม่สนุก เรารู้สึกว่ามันซีเรียสไปและก็อ่านแล้วให้ความรู้สึกวกไปวนมา ยากแก่การเข้าใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันมาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดจริง ความรู้สึกในใจมันเทียบไม่ได้กับที่ถ่ายทอดออกมา ถ้าให้เข้ามายืนอยู่ในใจได้ หรือความรู้สึกมันออสโมสิสได้ก้อคงจะดี

เรามาต่อกันเลยดีก่า เท่าที่เราอยู่ด้วยแล้วเธอโทรหาผู้ชายเต่าถุยเพื่อเชียร์เราเนี่ยน่าจะประมาณ 2 - 3 ครั้ง แล้วก้อมีอยู่วันนึงเราโทรหาผู้ชายเต่าถุยแต่มันไม่รับ อีกซักพัก 3 ร ก้อมาที่บ้านเรา เราก้อเลยเล่าให้ฟังว่าเต่าถุยไม่รับโทรศัพท์เรา3รก้อเลยบอกว่าเมื่อกี้ 3ร เพิ่งจาโทรหาเต่าถุย พอเอาเวลามาเทียบกันแล้วก้อปรากฏว่าเราโทรก่อนประมาณ 4 -5 นาทีแต่มันไม่รับ แต่มันรับของ 3ร หลังจากนั้นเราก้อให้ 3ร โทรไปอีกซึ่งมันก้อรับและมันก้อคุยกันพัก แต่เราก้อไม่รู้หรอกว่ามันคุยอาไรกัน 3ร บอกแต่ว่าเต่าถุยมันบอกว่ากรูมันติส (คือไอ้ผู้ชายเต่าถุยเนี่ย อย่างที่เคยบอกมันเป็นตัวของตัวเองมาก คำที่มันชอบพูดคือ เรื่องของกรู,เรื่องของมรึง,กรูมันติสท์)

ส่วนเราก้อยังไม่เคยโทรหาแฟนของ 3รเลย (เพราะเราจะไม่โทรอยู่แล้วถ้ามันไม่ไหว้วาน) เออแล้วไมมันชอบโทรหาของเราฟะ

ถัดมาไม่กี่วัน รู้สึกว่าเราจะสอนเด็กชั้นใหม่อีก เราก้อเลยเครียดๆนิสนึงก้อเลยโทรไปคุยกะเต่าถุย พอก่อนจาวางสายเต่าถุยก้อบอกว่า ฝากบอก3รด้วยว่าถ้าไม่ทำตามสัญญาจะไม่คุยด้วยแล้ว เราก้อเอะมันมีสัญญาอะไรกันวะ พอไปถาม 3ร ปรากฏว่าเต่าถุยมันให้3ร ส่งรูปไปให้มันดู เราก้อเลยให้มันส่งไป (จาได้วัดใจไอ้เต่าถุยด้วย)

คืนนั้นเราก้อเลยวางแผนว่าให้ 3ร โทรไปหาเต่าถุยบอกว่าเรารู้สึกไม่ดีเราเครียดที่ทั้ง 2 คนคุยกัน แอบขอดูรูปกันโดยที่ไม่บอกเรา ซึ่ง3 รโทรไปแบบพูดจาไม่รู้เรื่องพูดวกไปวนมาจนเราเองรู้สึกเครียดจิงๆ (คืนนั้นเรากลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี รู้สึกผิดยังไงก้อไม่รู้ที่ไปบังคับให้มันโทร) แล้วเต่าถุยก้อโทรมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเรา วันรุ่งขึ้นเราก้อเลยซื้อหนมเลี้ยง 3ร เพราะสำนึกผิดไง

อีกประมาณ 3 -4 วัน เราบอก 3ร ว่าเราจะโทรไปหาเต่าถุยจะบอกความรู้สึกที่เรามีให้มันฟัง จะได้รู้กันไปเลยว่าตกลงมันจะเอายังไงกะเราแน่ 3ร มันก้อเลยแสดงท่าทีมาว่ามันมีเรื่องอยากบอกแต่ไม่กล้าบอก แล้วมันก้อไม่ยอมเล่า จนเราเริ่มปรี๊ด ในที่สุดมันก้อเล่าว่า คืนนั้นที่เต่าถุยโทรมาห่วงใยเรามันเป็นคนใช้ให้โทร พอโทรหาเราเสร็จเต่าถุยก้อโทรหา3ร, 3ร ให้ดูโทรศัพท์ที่เต่าถุยส่ง message กะรูปหมามา แต่3รบอกว่าได้ลบรูปเต่าถุยไปแล้ว

งงไหม ตอนนี้เราเริ่มจะบางอ้อเล็กน้อยก้อคือสถานการณ์ที่เราสร้างมันเกิดขึ้นจริงแล้ว เราสมมุติเหตุการณ์นิดเดียวแต่มัน 2 คนไปโซโลกันต่อยาวเลย อย่างนี้ถ้าไม่เรียกเราว่าควายแล้วจาเรียกว่าไร มัน 2 คนต้มเราซะเปื่อย เราอุตส่าห์รู้สึกผิดที่ให้3ร โทรไปวันนั้น ที่มันพูดวกไปวนมาคงเพราะมันมีชนักติดหลัง มัน2คนคงโทรหากันโดยที่ไม่บอกเราอีกสิ่งที่เราคุยกะเต่าถุยเราเอาไปเล่าให้ 3ร ฟัง แต่ที่ไหนได้ 3ร มันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ก้อมัน2คนคุยกันอะ คุยกันมากกว่าเราอีก เราเหมือนตัวตลกก้อไม่ปาน

คืนนั้นเราก้อเลยโทรไปหาเต่าถุยบอกมันว่าที่โทรหาเราเพราะว่า3รใช้ใช่ไหม ซึ่งมันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มันบอกว่ามันโทรเองและเราก้อบอกความในใจของเราให้มันไปว่าเรารู้สึกดีกะมัน แล้วเราก้อร้องไห้ มันก้อบอกว่ามันก้อไม่ได้หันหลังให้เรา หรือหนีเราไปไหน มันก้อยังอยู่เหมือนเดิม

วันต่อมาเราก้อเลยชวนเพื่อนไปหาอาไรกิน แล้วก้อดื่มนิดหน่อย (ไม่มาวนะ) แล้วให้เพื่อน(ที่ไว้ใจได้) โทรไปหามันจับใจความได้ว่ามันบอกว่าตอนนี้มันกะลังสนุกกะการคุยกะ3ร กะลังน่าค้นหา มันไม่ได้รู้สึกอาไรกะเราแล้ว ตอนที่อยู่กรุงเทพมันทำดีกะเรามากไป หลังสงกรานต์มันจะมาหาเรา

หลังจากนั้นเราก้อยังไปสอนตามปกติพอสอนเสร็จก้อกลับบ้าน แต่ไม่ได้ไปไหนมาไหนกะ 3รเหมือนเดิมแล้วและก้อไม่ได้โทรหาเต่าถุยอีกเหมือนกัน ถัดมาประมาณ 1 อาทิตย์ก้อเป็นช่วงสงกรานต์ ที่เราเขียนไว้ในผู้ชายเต่าถุย 1 แหละ

พอมานั่งย้อนแล้วก้อตลกมากเลยช่วงเมษาที่ผ่านมา ช่วงต้นเดือนพวกมันคุยกัน แล้วกลางเดือนก้อมาเจอกันจนเกิดเรื่องคาวอะ จนตอนนี้พวกมันคบกันเป็นแฟนแล้ว แค่ช่วงไม่กี่อาทิตย์มันเร็วมากๆ เดือนเดียวนี่เหมือนหลายปี เราก้อเหมือนผ่านมาหลายอารมณ์ทั้งเศร้าทั้งสุข มึนจิงๆ (แต่ที่กรูรู้อยู่อย่างคือกรูเจ็บหลังอะ ใครก้อได้ช่วยเอามีดออกให้กรูที)

ไว้จาอัพเดตความสัมพันธ์ของทั้ง 3 ว่าจาเปงอย่างไรต่อไปให้ฟัง


edit @ 2007/05/13 21:28:08

2007/May/10

หลังปีใหม่มาเราก้อได้ส่งตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆที่เสื้อหมีปักคำว่า miss you แล้วเราก็เอาสร้อยคอเล็กๆทีเราเคยใส่ซึ่งมันบังเอิ๊ญบังเอิญตรงกะชื่อมันเลย ใส่ให้น้องหมี

สถานะการณ์ตอนนี้ของเรากะมันไม่มีอาไรคืบหน้า ทุกวันยังคงเหมือนเดิม คือมันไม่เคยโทรหาเรา ส่วนเราก้อไม่ค่อยได้โทรไป เพราะตอนนี้เราออกจากงานแล้ว กาลังค้นหาตัวเองว่าเราชอบอาไรและเราจาต้องทำอาไรต่อไปดี พอเวลาท้อ เหนื่อย มีปัญหาอาไร ก้อยังคงคิดถึงมันอยู่ และก้อโทรไปหามัน แต่สิ่งที่ได้รับก้อคือมันหลับทุกครั้งไม่ว่าจะช่วงไหน ลองโทรไปเช้าเย็นค่ำมืด ก้อนอนตลอด เราก้อเปงพวกไม่ชอบเซ้าซี้หรือกวนใจใคร พอมันบอกว่านอน เราก้อ แค่นี้นะตลอด

จนช่วงกุมภามีนา เราก้อได้มาสนิทกะเพื่อนคนนึง(เคยเป็นน้องเทคเราเมื่อสมัยมัธยม) เธอเปิดสอนพิเศษวิชภาษาอังกฤษอยู่ก้อเลยชวนเรามาสอนคณิตด้วยกัน ทำให้เราทั้งสองคนตัวติดกันยังกะปาท่องโก๋ กินข้าวด้วยกันแทบทุกมื้อ เจอกันแทบ 24 ชม. เพราะเป็นช่วงซัมเมอร์ เราต้องสอนหนังสือกันตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงมืดทุกวัน แค่นั้นยังไม่หนำใจเวลาแยกกันกลับบ้าน เธอยังโทรมาปรึกษาปัญหาชีวิตรักกะเรา คุยเอ็ม บางทีขับรถมาเพื่อคุยกัน เป็นกันถึงขนาดนั้น

แล้วผู้หญิงเราเชื่อว่าหัวข้อการสนทนามันมีไม่กี่เรื่องหรอก หนีไม่พ้นไม่เรื่องความสวยความงามก้อเรื่องผู้ชายนี่แหละ เธอก้อเล่าเรื่องแฟนเธอให้เราฟังว่าคบกันมา 7 เดือน แต่แฟนขอเลิก ซึ่งเธอก้อยังตัดใจไม่ได้และยังเฝ้ารอให้แฟนเธอมาขอคืนดี ส่วนเราก้อเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้ให้เธอฟังเช่นกัน

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะที่เรา 2 คนกาลังนั่งอย่างสบายใจเพื่อหาอาไรกินก่อนจาไปสอนเด็ก เธอก้อบอกว่าเธอโทรไปหาแฟนเก่าเธอแต่เขาไม่ยอมรับ ขอให้เราช่วยโทรไปที เราก้อโทรให้นะแถมรับซะด้วย เชื่อไหมเธอแทบร้องไห้ซึ่งเราก้อรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอีกมุมนึงที่เรายังไม่สามารถเข้าใจ แต่เราก้อไม่ได้เอะใจอะไร แล้วเธอก้ออาสาจะโทรหาไอ้ผู้ชายเต่าถุยให้ ซึ่งมันก้อรับและก้อคุยกันพอหอมปากหอมคอ

ปกติเราเป็นคนไม่ชอบดูหมอดูนะเพราะกลัวถ้าเกิดเค๊าพูดอาไรที่ไม่ดีขึ้นมา อีกอย่างเรารู้สึกว่าชีวิตนี้เราลิขิตเอง เลยไม่อยากเสียเงินให้หมอ แต่ตั้งแต่คบกะเธอนี่ 2 เดือนดูไป 3 หมอ หมอเค๊าบอกว่างี้

หมอคนที่ 1ไม่ให้เอาคนหนุ่ม มันไม่มีตัง

หมอคนที่ 2 ดวงเรากะผู้ชายคนนี้ ซึ่งหมอบอกลักษณะตรงเป๊ะ ยังเปิดอยู่ ถ้าคุยกันถึงเดือน 7 ก้อมีสิทธิ์เป็นคู่กัน

หมอคนที่ 3 เนื้อคู่เราเป็นคนขาว อยู่ไกลคนนี้แหละ เป็นคู่อะไรไม่รู้จำไม่ได้ ประมาณว่าเคยมีเวรกรรมร่วมกัน

ส่วนของเพื่อนเราหมอคนที่ 1 บอกว่าเลิกกันชัว ส่วนคนที่ 2,3 บอกว่ายังไง๊ยังไงก้อไม่เลิกกัน เธอก้อเลยเชื่อหมอคนที่2กะ3 เพราะตรงใจเธอแล้วก้อบอกว่าหมอดูแม่น ซะงั้น

เราก้อเลยมีเรื่องคุยกันทุกวันว่าถ้าเรากะผู้ชายเต่าถุยดีกัน แฟนเธอก้อต้องกลับมา (ดูมันเอาไปเชื่อมโยงกัน) เราก้อเริ่มปฏิบัติการ โดยการเราช่วยโทรหาแฟนมัน มันช่วยโทรหาผู้ชายเต่าถุย แต่รู้มั๊ย มันเมมเบอร์ผู้ชายเต่าถุยไว้ตั้งแต่ครั้งนั้นด้วย(ซึ่งเราก้อไม่ได้คิดอาไร)

แต่ช่วงที่เราโทรหาแฟนเธอ เธอจาอยู่ด้วยตลอดนะ แล้วก้อแบบให้เราพูดประมาณว่าให้เราถามว่าเลิกกันทำไมเธอยังรู้สึกดีอยู่

ส่วนของเรา เธอจัดแจงเสร็จสรรพ โทรไปบอกว่าเราคิดถึง เราเป็นคนดี ทำไมไม่รักเรา ประมาณนี้ แล้วเธอก้อแนะนำตัวเองพร้อมกับบอกด้วยว่าเธอหน้าตาดี(ยังๆ กรูก้อยังไม่คิดไรอีก)

ช่วงนี้คงเป็นช่วงกะลังเงื้อมือมาใกล้ๆหลังเราแล้วล่ะเพียงแต่ยังไม่ปักเท่านั้นเอง ติดตามต่อไปว่ามีดจาปักหลังเราเมื่อไหร่ (แต่ใกล้แล้วล่ะ หุหุหุ)


edit @ 2007/05/11 14:14:41

2007/May/04

หลังจากที่มันบอกว่าเป็นเพื่อนกันเราก้อเลยไม่ค่อยได้คุยกันทุกวันเหมือนแต่ก่อน ในช่วงแรกเราอึดอัดมาก แต่ก้อใช้วิธีการระบายความในใจหรือเล่าเรื่องราวต่างๆของเราในแต่ละวันให้มันฟังผ่านอีเมล์ ซึ่งมันก้อตอบกลับมั่งไม่ตอบกลับมั่งตามประสาของคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงเยี่ยงมัน แต่ถึงตอบก้อสั้นมาก เช่น เรื่องของมรึง 555+

จนเรามีงานอีเว้นงานนึงต้องไปต่างอำเภอ 1 สัปดาห์ เราก้อนัดให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนในวันสุดท้ายเพื่อที่จะได้กลับบ้านพร้อมเราไปร่วมงานทำบุญ 100 วันแม่เรา แต่แล้วมันก้อไม่มา มันกลับบ้านมัน เท่านั้นไม่ว่ามันมีหน้ามาให้เราโอนเงินค่ารถกลับกรุงเทพให้มันหน่อยประมาณขอยืม (นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว) ซึ่งเราก้อโอน แบบว่าเต็มใจนะ ถึงแม้มันจาบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ความรู้สึกเรายังมีให้มันเหมือนเดิม เรายังรู้สึกดีๆกะมันอยู่ เวลาเรามีปัญหาอาไรเราก้อยังโทรหามันซึ่งมันก้อรับฟังและช่วยให้เราสบายใจทุกครั้ง ทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีมันอยู่เหมือนเดิมอ่ะ

ไม่รู้ว่าเราคิดอาไรเหมือนเด็กๆไปหรือป่าวที่เรามีอารมณ์อยากส่งของที่มันให้เรากลับคืนไป เช่น มันส่งขนมประจำจังหวัดมันมาให้เรา เราก้อส่งของกินประจำจังหวัดเราให้มัน มันเคยร้องเพลงให้เราฟัง เราก้อจัดการไลน์เพลงนั้นๆใส่แผ่นกลับไปให้มันแล้วก้อไม่ลืมปริ้นรูปมันทำเป็นหน้าปกด้วย และก้อใจดีส่งหนังที่มันชอบดูไปให้มันด้วย แต่มีอยู่อย่างนึงที่เรายังเก็บไว้อยู่ (ถึงแม้มันจาพยายามทวงคืน) นั่นก้อคือหนังสือนิยายธรรมดาๆเล่มนึง แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่พระเอกของเรื่องคือมัน ซึ่งหลังจากที่เราได้หนังสือเล่มนี้มาอ่านเราก้ออึ้งกิมกี่เหมือนกัน มันบอกว่านักเขียนคนนี้รู้จักมันแล้วก้อชอบมัน หลังจากที่ได้พูดคุยกะมันก้อเลยเอาชื่อ,รูปพรรณสัณฐาน และพล๊อตเรื่องเล็กๆของมันมาเขียนเป็นหนังสือ โหรู้สึกน่าทึ่งชะมัด เท่านั้นยังไม่พอนะเป็นช่วงที่หนังสือขายให้กะสถานีโทรทัศน์เอาไปทำเป็นละครพอดี ทำให้เราต้องดูเลยคือแค่ได้ยินชื่อพระเอกก้อพอใจ (อิอิ)

และแล้วก้อใกล้สิ้นปี มันบอกว่าจาลาออกจากงานกลับไปอยู่บ้าน เพื่อช่วยงานพี่สาว และก้อเตรียมเรื่องไปเมกา แต่มีปัญหาตรงที่ติดหนี้พี่ที่ออฟฟิศอยู่จึงอยากยืมเราไปใช้หนี้ (หุหุ ของเก่าไม่ใช้ยังมีหน้ามายืมอีกแถมมากกว่าเดิมอีก) แล้วเราให้ไม๊? (ให้ค่ะ)ก้ออย่างที่บอกว่าเรายังรู้สึกดีกะมันอยู่ ให้มันไม่มีเสียดายกลับรู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือมัน และก้อมาแอบภูมิใจว่ามันไว้ใจเราถึงมายืมเรา อย่างน้อยมันก้อมีเรื่องเงินที่มันยังติดเราอยู่ เรากะมันก้อยังตัดกันไม่ขาด (โง่บัดซบโคตรๆเลยกรูคิดไปได้ )

คืนข้ามปีเราก้อเหงาเลยนอนแห้งกะน้องที่ห้อง กะจาเค๊าดาวน์กะทีวี แต่แหมมีการวางระเบิดไง ทำให้ต้องงดทุกอย่าง ช่วงใกล้เที่ยงคืนมันโทรศัพท์มา Happy new years! บอกเราว่าอยากโทรมาอวยพรเป็นคนแรก เราก้อดีใจล่ะเซ่ และเช้าวันรุ่งขึ้นเราก้อได้รับพัสดุอันนึงมีซีดี 1 แผ่น แล้วก้อกระดาษที่ฉีกจากสมุดโน้ตเล็กๆ มาแบบไม่ลงทุน แต่อ่านแล้วก้ออดอมยิ้มไม่ได้ ข้อความว่า

29/12/49

สวัสดีปีใหม่นะ 2550

ขอให้มีความสุขมากๆ

เริ่มต้นอารายใหม่ๆ

กับชีวิตใหม่ๆที่ดีขึ้น

กับทางที่เราสามารถเลือกเองได้

และสามารถทำให้มันดียิ่งขึ้น

*รักและหวังดีเสมอ*

POTATO (ไม่ใช่)

..........

*จะบอกว่าที่ให้เก็บรูปลงแผ่นอ่ะส่งให้แล้วนะ*

ไม่ได้ลืม

เชื่อไหม นั่งอ่านอยู่นั่นแหละ และก้ออ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่ที่ตรงดอกจันนั่นแหละ (หุหุ)


edit @ 2007/05/04 10:26:11


edit @ 2007/05/04 10:26:37